แกงกะทิบุก

“แกงกะทิบุก” บุก คือ พืชในตระกูลเดียวกันกับบอน (Araceae) เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นอวบ ไม่มีแก่น สูง 3 – 6 ฟุต มีดอกสีม่วงเหมือนดอกหน้าวัวเป็นพืชท้องถิ่นของ ประเทศญี่ปุ่น จีน ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดจีน ในประเทศไทยพบบุกมากในจังหวัด กำแพงเพชร เชียงใหม่ พะเยา กาญจนบุรี

คุณค่าอาหารทางโภชนาการ
โดยปกติแล้ว คนต่างจังหวัดหรือคนที่อยู่ในชนบท มักจะไม่ค่อยนิยมรับประทานแกงที่เป็นกะทิเท่าไร แต่แกงกะทิบุกนับเป็นเมนูหนึ่งที่ มีการนำกะทิมาใช้ในการแกง นอกจากกะทิแล้วก็ยังมีการใช้น้ำและเนื้อของมะขามเปียก มาเป็นเครื่องปรุง หลายท่านอาจจะเคยได้รู้จัก “บุก” บุกเป็นหัวที่อยู่ใต้ดิน มีการนำบุกไปใช้ในการทำผลิตภัณฑ์อาหารหลายๆ ชนิด เช่น นำไปทำเส้นบุก ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทาน เพราะว่าเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ให้พลังงานหรือถ้าให้ก็ให้พลังงานต่ำ เหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก หรือคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ส่วนที่เราจะใช้ในการแกงก็คือส่วนที่เป็นลำต้นอ่อน จะมีคุณสมบัติหรือลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คล้ายๆ กับหัว คือ คัน เพราะฉะนั้นเวลาที่เรานำมาบริโภค ก็ต้องระมัดระวัง แล้วก็ต้องมีความรู้ความชำนาญในการที่จะทำยังไรไม่ให้เกิดความคัน หรือเป็นพิษต่อผู้บริโภค

ส่วนประกอบเครื่องแกง

– พริกแห้ง             14 เม็ด
– หอมแดง               4 หัว
– ตะไคร้ซอ         ย ¼ ถ้วยตวง
– กระเทียม               6 กลีบ
– กระชาย (หั่น)        1 ช้อนโต๊ะ
– ข่าซอย                   1 ช้อนโต๊ะ
– ผิวมะกรูด             ½ ช้อนชา
– ใบมะกรูด             ¼ ถ้วยตวง
– กะปิมอญ               1 ช้อนโต๊

ส่วนประกอบเครื่องปรุง
– บุก (ลำต้นด้านใน) ต้มสุก           4 ถ้วยตวง
– เนื้อปลากดย่าง                            2 ถ้วยตวง
– หัวกะทิ                                        ¾ ถ้วยตวง
– หางกะทิ                                1 1/3 ถ้วยตวง
– น้ำปลา                                         1 ข้อนโต๊ะ
– น้ำตาลปี้บ                                    1 ข้อนโต๊ะ
– น้ำและเนื้อมะขามเปียก              2 ข้อนโต๊ะ

วิธีทำเครื่องแกง
1.นำข่าซอย ตะไคร้ซอย ผิวมะกรูด กระเทียม หอมแดง กระชาย พริกชี้ฟ้าแดง และกะปิมอญมาโขลกให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยพักไว้

วิธีทำแกงกะทิบุก
1.นำหม้อตั้งไฟใส่หัวกะทิพร้อมพริกแกงลงไป คั่วให้พริกแกงมีกลิ่นหอม
2.ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากันโดยใช้ไฟปานกลาง
3.จากนั้นใส่เนื้อปลากดที่ย่างไว้ ปรุงรสด้วยมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และตามด้วยหางกะทิ ปิดฝาหม้อ
4.ตั้งทิ้งไว้จนเดือด ใส่บุกลงไป (โดยบุกที่นำมาประกอบอาหารต้องผ่านการต้มสุกมาแล้ว) ปิดฝาหม้ออีกครั้ง ตั้งทิ้งไว้จนเดือด ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ